>>>ตามรอยพ่อ…..’พรุแฆแฆ’ แผ่นดินนี้เพื่อพ่อ

0
724
views

‘พรุแฆแฆ’  แผ่นดินนี้เพื่อพ่อ

>>>บุญณรงค์ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถ่ายทอดเรื่องราวของราษฎรบ้านแฆแฆกับความพยายาม มุ่งมั่นตั้งใจจริงในการประกอบอาชีพ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างยากลำบาก ทั้งการต่อสู้กับผืนดินอันไร้ความอุดมสมบูรณ์ โดยมีพ่อหลวงของแผ่นดินทรงนำพาราษฎรแฆแฆให้พ้นจากความทุกข์ยากสู่ชีวิตใหม่

>>>ผอ.ศูนย์ฯ พิกุลทองกล่าวว่า แม้ว่าในปัจจุบันเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคุกรุ่นด้วยปัญหาที่ยังไม่อาจแก้ไขได้ แต่ในขณะเดียวกัน ราษฎรยังต้องเสี่ยงชีวิตในการเดินทาง เพราะต้องดิ้นรนหารายได้เพื่อมาใช้จ่ายเพื่อความอยู่รอด

>>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญในการพัฒนา ‘คน’ โดยเฉพาะคนชนบทเพราะส่วนใหญ่คือเกษตรกรที่ยึดอาชีพทำการเกษตรเป็นอาชีพหลัก ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ทรงอุทิศเวลาในการเสด็จฯ เพื่อไปเยี่ยมเยียนและรับฟังปัญหาของราษฎรในถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

>>และวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสภาพพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำคลองน้ำจืด คลองแฆแฆ ณ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่พรุเสื่อมโทรมและมีน้ำท่วมขังเกือบตลอดทั้งปี ราษฎรไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ ด้วยเหตุนี้

>>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างขุดคลองระบายน้ำและอาคารบังคับน้ำ เพื่อช่วยระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ และกักเก็บน้ำจืดไว้ให้เกษตรกรใช้ในการเกษตรและอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี ดังกระแสพระราชดำรัสความว่า

“การพัฒนาพื้นที่พรุแฆแฆทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์หลายอย่าง ข้างบนที่คลองแฆแฆเป็นน้ำกร่อย ถ้าทำโครงการแล้วทั้งหมดจะเป็นน้ำดี ใช้การได้ คลองที่ขุดในพื้นที่พรุจะเป็นอ่างเก็บน้ำจืดที่สำคัญ และบางส่วนจะช่วยไม่ให้พรุแห้ง ช่วยป้องกันไฟไหม้ ราษฎรจะได้ประโยชน์”

>>ปัจจุบัน โครงการพัฒนาพื้นที่พรุแฆแฆอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพปัญหาดินเปรี้ยว ได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้สามารถทำการเกษตรได้อีกครั้ง ทั้งปลูกข้าว พืชผักพืชไร่ และไม้ผลผสมผสานจำนวนกว่า 1,650 ไร่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การปลูกข้าวและผักในพื้นที่ดินเปรี้ยว รวมถึงโรงสีข้าวพระราชทานที่เป็นโรงสีข้าวชุมชนของราษฎรในพื้นที่อีกด้วย

>>จากความขยันและตั้งใจจริง ตลอดจนการรู้จักพึ่งตนเองของชาวบ้านบริเวณพรุแฆแฆ ทำให้แผ่นดินพรุแฆแฆจึงพลิกฟื้นคืนกลับมา ด้วยสองมือทุกคนที่พร้อมใจกันทำเพื่อแผ่นดินถิ่นเกิด

>>และในวโรกาสปีมหามงคลยิ่งนี้ เราคนไทยควรที่จะดำเนินตามรอยพ่อของแผ่นดินเพื่อถวายเป็นของขวัญแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดุจดังคำกล่าวที่ว่า

‘รักพ่อต้องพอเพียง’

ขอขอบคุณบทความดีๆๆจาก

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000149732

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here