+++ เอาเงินไปซื้อหุ้น ดีกว่าซื้อประกัน

0
77
views

ถูกต้องครับ
ผมเห็นด้วย 100% ลงทุนกับประกันชีวิต
ไม่ใช่แค่ผลตอบแทนน้อยกว่าการลงทุนอื่นๆ
ยังมีเรื่องสัญญาระยะยาวมาก

แถมกว่าจะครบสัญญา 20 ปี หรือ 30 ปี
กว่าจะได้รับเงินคืน
ตอนนั้นเงินของพี่คงโดนค่าเงินเฟ้อกินหมด
มูลค่าของเงินลดค่าไปไม่รู้เท่าไหร่

เช่นเงิน 1,000,000 บาท ณ วันนี้
กับ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ก็มีมูลค่าก็ไม่เท่ากัน

20 ปีก่อน ถ้าเอาเงินหนึ่งล้านไปซื้อทองคำ
ย่อมได้ทองคำมากกว่าเงินหนึ่งล้านบาท
ในปัจจุบันแน่นอน ถูกต้องไหมครับ?

แถมหากพี่ส่งเบี้ยประกันไปครึ่งๆ กลางๆ ของสัญญา แล้วพี่อยากจะถอนเงินคืน พี่ก็ได้เงินไม่ครบ ถอนได้น้อยกว่าเงินที่พี่จ่ายไปเสียอีก

ด้วยเหตุนี้ใช่ไหมครับ พี่ถึงบอกว่า “ทำประกันไม่คุ้ม เอาเงินไปลงทุนดีกว่า”?

(ผู้มุ่งหวังอาจจะงงนิดๆ มึนหน่อยๆ แต่ด้วยความที่ถ้อยคำที่คุณพูดมันสอดคล้องกับสิ่งที่เขาพูด เขาก็พยักหน้าโดยไม่รู้ตัว แน่นอน ผู้มุ่งหวังท่านนี้จะไม่เคยเจอตัวแทนที่พูดแบบนี้แน่นอน)

ผู้มุ่งหวัง: อืม ใช่เลย

ตัวแทน: ผมสงสัยนิดเดียวที่บอกว่า เอาไปลงทุนดีกว่านี่ ผลตอบแทนดีขนาดไหนครับ สักกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี เผื่อจะขอความรู้ และถ้าดีจริงๆ ผมขอลงทุนตามพี่ด้วย

ผู้มุ่งหวัง: อ่อ ถ้าผมลงทุนเอง อย่างน้อยก็ต้อง 10-15% ต่อปี (กรณีผู้มุ่งหวังพูดว่าได้เยอะกว่านี้ ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ)

ตัวแทน: แล้วในครอบครัวของพี่ ลูกหรือภรรยาของพี่มีทักษะแบบเดียวกับพี่ไหมครับ หมายถึงว่า ถ้าผมเอาเงินสักสิบล้านไปให้ลูกพี่ ภรรยาของพี่ลงทุน ก็ได้ผลตอบแทน 10-15% ต่อปี เช่นเดียวกับพี่?

ผู้มุ่งหวัง: พวกเขาไม่รู้เรื่องการลงทุนหรอก ผมน่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด

ตัวแทน: ในฐานะที่พี่เป็นนักลงทุน ผมอยากเรียนถามพี่นิดครับ พี่คิดว่าทรัพย์สินทางการเงินที่มีค่ามากที่สุดของพี่น่าจะเป็นอะไร?

ผู้มุ่งหวัง: น่าจะเป็นพอร์ตหุ้นของผมนะ ปั้นมาเองกับมือจากหลักแสนจนเป็นหลักสิบล้านแล้ว

ตัวแทน: ไม่รู้พี่เห็นด้วยกับผมไหมนะครับ ในแง่เศรษฐศาสตร์ มีการกล่าวว่า ทรัพย์สินทางการเงินที่มีค่ามากที่สุดของมนุษย์ หาใช่ทรัพย์สินภายนอกไม่ แต่กลับเป็นทรัพย์สินทางการเงินภายใน ที่เรียกว่า “Earning Ability” หรือความสามารถในการหารายได้

เพราะเจ้า Earning Ability นี่แหละที่สร้างพอร์ตหุ้นพี่ให้โตขนาดนี้ และเป็นเครื่องมือที่สร้างหลักทรัพย์อื่นๆ ในชีวิตของพี่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ

แต่ไอ้เจ้า Earning Ability มันมีทั้ง ข้อดี และ ข้อด้อย ครับ

ข้อดี: ก็อย่างที่ผมเรียนพี่ไปแล้ว มันช่วยสร้างอาณาจักรของพี่ มันคือสินทรัพย์ที่สร้างสินทรัพย์ทั้งหมดของพี่ มันคือความมั่นคง ความสุขสบายของคนที่พี่รัก พี่เห็นด้วยไหมครับ?

ข้อด้อย: มันเสียอย่างหนึ่ง ตรงที่ว่า ไอ้เจ้า Earning Ability นี่มั่นถ่ายโอนให้ใครไม่ได้เลย ความเก่งของพี่ ความรู้เรื่องการลงทุนของพี่ มันส่งต่อให้ใครไม่ได้
แหม…ถ้าสามารถเอา Thumb Drive มาเสียบที่สมองของพี่ ดูดเอาความรู้ทั้งหมดทั้งมวล แล้วเอาไปถ่ายโอนให้ลูกพี่ได้นี่ คงสุดยอดมากๆ เลยใช่ไหมครับ?

ประเด็นในวันนี้ไม่มีอะไรมากหรอกครับ
ผมขอพูดข้อเท็จจริง 2 ข้อ

1.เราทุกคนรู้ว่า…เราต้องจากโลกนี้ไปในวันหนึ่ง
แต่ไม่มีสักคนนึงรู้ว่า…ต้องจากไปในวันไหน

นักธุรกิจผู้ชาญฉลาดอาจคาดการณ์การลงทุนได้อย่างแม่นยำ
แต่ไม่มีสักคนเดียวที่เก่งพอที่จะรู้ “อนาคต”

2.Earning Ability ความรู้ความสามารถของพี่
ถึงแม้จะถ่ายโอนให้ลูกไม่ได้ แต่สามารถการันตีไว้ได้

แปลว่า วันนี้พี่เลือกได้ที่จะให้
ความสามารถที่พี่มีมีค่าเป็น “ศูนย์” เมื่อพี่จากไป
หรือ ความสามารถของพี่กลายเป็น “เงินสดก้อนโต” ให้คนที่พี่รัก และห่วงที่สุด

เช่นอยากการันตีค่าความสามารถที่เท่าไหร่ พี่ก็แบ่งกำไรบางส่วนที่พี่บอกได้ 10-15% จากการลงทุนของพี่นั่นแหละมาออม ถือว่ากำไรน้อยลงหน่อย แต่การลงทุนของพี่ทั้งหมด “ปลอดภัยทุกมิติ”

ตัวอย่าง
อยากประกัน Earning Ability ที่ 100 ล้าน ก็ออม 3% ของร้อยล้าน ก็คือ 3 ล้านบาทต่อปี
อยากการันตี Earning Ability ที่ 10 ล้านก็ออม 300,000 บาทต่อปี
เปรียบเสมือนพี่เอาเศษเหรียญบาทแค่ 3 เหรียญมาแลกกับแบงค์ 100

ถ้าเกิดอะไรขึ้นมากับนักธุรกิจผู้นั้น ค่าความสามารถที่เขาการันตีไว้จะถูกส่งมอบเป็น “เงินสดก้อนโต” ให้ทายาททันทีและแน่นอนที่สุด เพราะรับรองด้วยกฏหมายเป็นลายลักษณ์อักษร

และที่สำคัญไม่มีเครื่องมือชนิดใดในโลกที่ทำแบบนี้ได้
ไม่มีการลงทุนไหนในโลกที่ทำแบบนี้ได้
ประกันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผลตอบแทนการลงทุนทางการเงิน
แต่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องตัวพี่ และการลงทุนทุกอย่างของพี่

นี่เป็นเหตุผลที่มหาเศรษฐีถึงแม้จะรวยล้นฟ้าก็ยังใช้เครื่องมือประกันชีวิตประกันค่าความสามารถของตัวเอง แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นศูนย์

วันนี้พี่จะเริ่มสร้างหลักทรัพย์จากการการันตีค่าความสามารถให้คนที่พี่รักที่สุดเท่าไหร่ดีครับ
วงเงิน 50 ล้าน หรือ 100 ล้านดีครับ?

#ประกันชีวิต

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here